แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท้องผูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท้องผูก แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2561

สงสัยไหม !! หมอสมุนไพร รักษาท้องผูกกันอย่างไร ?

สงสัยไหม !! หมอสมุนไพร รักษาท้องผูกกันอย่างไร ?
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

     ในปัจจุบันอาการท้องผูก ถ่ายเป็นก้อนแข็ง ถ่ายลำบาก นับได้ว่าเป็นกันค่อนข้างมาก โดยอาการนี้ค่อนข้างสร้างปัญหาในการดำรงชีวิตพอสมควร เมื่อขับถ่ายไม่ออกก็เกิดอาการอึดอัดท้อง แน่นท้อง พอขับถ่ายก็เกิดปัญหาถ่ายเป็นเลือดร่วมด้วยในบางราย

     สมมุติฐานตามหลักการแพทย์แผนไทย มองว่าเกิดปัญหาในเรื่องของธาตุลมทำงานผิดปกติ โดยธาตุลมในร่างกาย จะแบ่งหน้าที่กันทำงานอยู่ 6 กลุ่มด้วยกัน ซึ่งลมที่มีปัญหาคือ ลมโกฎฐาสยาวาตา หรือที่รู้จักกันในฐานะลมที่พัดเคลื่อนที่จากเบื้องบ้นลงสู่เบื้องล่างนั่นเอง เมื่อลมตัวนี้เกิดปัญหา ทำงานผิดปกติ ระบบขับถ่ายก็จะเกิดปัญหาตามมาทั้งปัสสาวะ และอุจจาระ

     เพราะเหตุใด ลมตัวนี้จึงเกิดปัญหาขึ้นมา ในการเคลื่อนที่ของธาตุลมในร่างกาย จะสัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของธาตุไฟ ดังนั้นกล่าวได้ว่า ธาตุไฟในร่างกายก็เกิดการทำงานผิดปกติเช่นกัน

     ด้วยสภาพอากาศในประเทศไทยค่อนข้างร้อน คนส่วนใหญ่มักดื่มน้ำเย็นเป็นประจำ น้ำแข็ง ไอศครีม อาหารที่มีฤทธิ์เย็นต่าง ๆ เมื่อทานเข้าไปบ่อย ๆ ก็ส่งผลให้ธาตุไฟผิดปกติ ตามมาด้วยธาตุลมผิดปกตินั่นเอง

     รวมถึงกลุ่มคนที่ต้องทำงานเร่งรีบ ทำงานที่ไม่สะดวกเข้าห้องน้ำ ทำให้ต้องกลั้นการขับถ่ายบ่อย ๆ และการดื่มน้ำที่น้อย ทานอาหารที่มีกากใยน้อยด้วยเช่นกัน

     จะเห็นได้ว่าอาการท้องผูกนี้ ไม่ได้มาจากเชื้อโรค หรือการติดต่อจากผู้อื่นใด ๆ แต่เกิดจากพฤติกรรมของตัวเราเองล้วน ๆ ซึ่งส่วนมากมาจากพฤติกรรมในการทานอาหารนั่นเอง

     ดังนั้นแนวทางในการรักษาของหมอสมุนไพร จะมี 2 ส่วนด้วยกันคือ
1. การใช้ยาสมุนไพรที่ช่วยในการระบาย ขับถ่าย ซึ่งจะมีอยู่หลาย ๆ ตำรับยาด้วยกัน อาทิเช่น
     1.1 ยาธรณีสัณฑฆาต


     ยาสมุนไพรแผนโบราณนี้ เป็นหนึ่งในยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ซึ่งมีฤทธิ์ในการขับถ่ายอุจจาระ ท้องผูก เถาดานในท้อง ซึ่งยาตำรับนี้ค่อนข้างมีฤทธิ์ร้อน ไม่เหมาะกับเด็ก ผู้ที่มีไข้ หรือกำลังตั้งครรภ์
     
     1.2 ยาถ่ายดีเกลือ 
     ยาตำรับนี้จะเป็นที่รู้จักทั่วไปในนามยาน้ำระดมพล โดยยาตำรับนี้จะมีฤทธิ์ที่เย็นกว่ายาธรณีสัณฑฆาต มีฤทธิ์ในการถ่าย ระบาย ถ่ายน้ำเหลือเสีย

     1.3 สมุนไพรตรีผลา


     สมุนไพรตรีผลา เป็นหนี่งในยาพิกัดตรี โดยผสมเอาสมุนไพร 3 ชนิดเข้ามารวมกัน โดยสมุนไพรตำรับนี้นอกจากจะมีฤทธิ์ในการช่วยระบายได้ดีแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการปรับสมดุลธาตุในร่างกายได้อีกด้วย

     3 ตำรับนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งสามารถหาซื้อมาใช้ได้ง่าย และค่อนข้างปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายร้ายแรงกับผู้ใช้
     ซึ่งในตำรายาสมุนไพรแล้ว ยังมีอีกหลายตำรับมากที่ช่วยในการระบาย ขับถ่าย ขับของเสียในร่างกาย แต่การนำมาใช้ควรปรึกษากับแพทย์แผนไทยทุกครั้ง เพื่อจะได้ใช้อย่างปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย

2. การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
     ด้วยจากสาเหตุของอาการท้องผูก มาจากพฤติกรรมของเรา ดังนั้นการแก้ไขปัญหาอย่างถาวรก็คือการปรับพฤติกรรมนั่นเอง ดังนี้
     2.1 การหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็นจัด น้ำแข็ง ไอศครีม เป็นประจำ เพื่อไม่ให้ธาตุในร่างกายทำงานผิดปกติ
     2.2 การดื่มน้ำเปล่า ที่ไม่เย็นให้ได้ 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิภายในร่างกายไม่ให้ร้อน หรือเย็นจนเกินไป เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย และกระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ
     2.3 การทานอาหารที่มีกากใย เพื่อช่วยให้อุจจาระสามารถระบายออกมาได้ปกติ
     2.4 การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นให้ระบบกล้ามเนื้อ ระบบภายในร่างกาย ทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเสริมสุขภาพให้แข็งแร็งดีขึ้นด้วย

     เพียงเท่านี้ เราก็ห่างไกลจากอาการท้องผูกได้อย่างถาวร

     บทความโดย
พท.อมรชัย แก้วเรือน

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2561

มะละกอ PAPAYA ได้ชื่อว่าเป็นผลไม้แก้อาการท้องผูก สรรพคุณเป็นยาระบายได้

มะละกอ PAPAYA ได้ชื่อว่าเป็นผลไม้แก้อาการท้องผูก สรรพคุณเป็นยาระบายได้



ผลไม้หาทานง่าย ช่วยการถ่ายยาก แก้ท้องผูก ใช้เป็นยาระบายจากธรรมชาติได้
มะละกอดิบในเมนู ส้มตำ สร้างชื่อเป็นเมนูยอดนิยมตลอดกาลที่รู้จักกันไปทั่วโลก
เป็นอาหารประจำชาติที่ถูกปากคนไทยกันมาอย่างช้านาน รสชาติอร่อย



ประวัติมะละกอ มีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปอเมริกากลาง เป็นพืชที่ปลูกได้ง่ายมากขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด โตไวรับประทานได้ทั้งแบบสุกและดิบ ปลูกมะละกอทำอาหารได้หลากหลาย เช่นส้มตำ แกงส้มมะละกอ ผัดมะละกอ รับประทานเป็นผลไม้แบบสุก ช่วยเรื่องของผิวพรรณมะละกอมีคุณประโยชน์ที่ดีมากช่วยการขับถ่ายทานง่าย เหมาะมากกับผู้ที่มีอาการท้องผูกเป็นประจำ ถ่ายยาก ในผู้สูงวัยที่มีระบบขับถ่ายเสื่อม ผู้ป่วยสามารถรับประทานได้



ชื่อเรียกตามพื้นถิ่นของมะละกอ ภาคเหนือเรียก บะก้วยเต๊ด ทางอีสารบักหุ่ง ภาคใต้บางพื้นที่เรียกมะเต๊ะ
สายพันธุ์ของมะละกอ

มะละกอมีหลากหลายพันธุ์ที่นิยมและได้ยินชื่อกันมาก เช่น แขกดำ มะละกอฮอลแลนด์ สายน้ำผึ้ง ครั่ง แขกนวล แบ่งเพศได้คือมะละกอตัวผู้และมะละกอตัวเมีย ควรเลือกรับประทานผลที่สดใหม่ ไม่มีรอยตำหนิช้ำหรือเน่าเสีย จึงจะได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์มาก


มะละกออุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ ฟลาโวนอยด์ โฟเลต โพแทสเซี่ยม แมกนีเซี่ยม เส้นใยอาหาร และสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่มีไขมันหรือคอเลสเตอรอลที่เป็นผลเสีย สามารถทานได้ทุกวัย มีวิตามินที่สามารถใช้บำรุงสายตาได้

สารสีแดงส้มในมะละกอมีไลโคพีน สามารถช่วยป้องกันโรคของต่อมลูกหมากได้

ประโยชน์ในทางยาไทย หมอโบราณใช้รากมะละกอ แก้อาการที่เกี่ยวกับกามโรค / ยางมะละกอ
สามารถใช้กัดหัวสิว หรือหัวหูดได้



ในน้ำยางที่ผิวของลูกดิบมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า พาเพน สามารถช่วยย่อยโปรตีนได้เป็นอย่างดี จึงนำมาใช้ในการหมักเนื้อให้นุ่มก่อนการนำไปปรุงอาหาร และยังสามารถใช้ขัดผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่า ข้อควรระวังผู้ใช้ควรทดสอบการแพ้ก่อนทุกครั้ง


การแปรรูปมะละกอสามารถทำได้อย่างหลากหลาย ปัจจุบันผู้ปลูกมะละกอมีแหล่งความรู้และหน่วยงานที่ปรึกษาในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมะละกอได้มากมายเช่น การทำมะละกอเส้นเค็ม การแช่อิ่ม การทำไอศกรีม น้ำมะละกอ การหาตลาดในท้องถิ่นนั้นๆให้ถึงมือผู้บริโภคได้เองจะทำให้ราคามะละกอดีมากกว่าขายผ่านพ่อค้าคนกลางเกษตรกรส่วนมากถูกกดราคาไม่ได้รับความเป็นธรรม

การรับประทานมะละกอสุกมากเกินไปอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงได้ ดังนั้นผู้ป่วยที่จำกัดน้ำตาลหรือผู้ที่เป็นเบาหวานควรรับประทานด้วยความระมัดระวัง

มะละกอกรอบๆที่นำมาทำส้มตำเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างมาก เพราะไม่ทำให้อ้วนแล้ว มีสารอาหารที่ดีครบถ้วนจากเครื่องปรุงต่างๆ สามารถหาทานได้ง่ายและอร่อยครับ

สมุนไพรกับโรค !! เบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจโต (ตอนที่1)

สมุนไพรกับโรค !! เบาหวาน ความดัน ไขมัน หัวใจโต      โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคไขมันในเส้นเลือดสูง และโรคหัวใจโต ในปัจจุบันนี้ถือได้ว่าเป็น...